จะรับมือยังไง? เมื่อต้องเจอกับ VAT7% บนทุกแพลตฟอร์มที่ยิงโฆษณา

23 สิงหาคม 2564 แชร์ :

รับทำ sale page

         จากที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากกฏหมาย e-Service ได้กำหนดให้ผู้บริการจากต่างประเทศและแพลตฟอร์มจากต่างประเทศต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ให้กับกรมสรรพกร ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายน นี้ 

        ที่พ่อค้าแม่ค้าตื่นเต้นกันตอนนี้ก็คือ ตัวแพลตฟอร์มของ Facebook ได้ประกาศเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้บริการในไทย ให้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามอัตราท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ ซึ่งประเทศไทยอัตราการเสียอยู่ที่ 7เปอร์เซ็นต์

        ซึ่งเงื่อนไขนี้จะมีผลต่อผู้ลงโฆษณาที่มีเป้าหมายด้านการขาย กับธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ โดยการเก็บจะแบ่งออกมาเป็น 2 แบบ คือ แบบบุคคลทั่วไป และ นิติบุคคล

        โดยกลุ่มของนิติบุคคล จะต้องเข้าไปกรอกหมายเลขผู้เสียภาษี แล้วFacebook จะไม่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถยิงโฆษณาได้เต็มจำนวน ซึ่งผู้ใช้จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการประเมินตนเองและการจ่าย VAT ภายใต้การเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ตามกฏหมายเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 

        และในส่วนของผู้ที่ไม่ได้เพิ่มหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี จะมีการเรียกเก็บ VAT เพิ่มทุกครั้งที่ถูกเรียกเก็บค่าโฆษณา ซึ่งจะทำให้ถูกเรียกเก็บเงินมากกว่าเกณฑ์การชำระเงินที่เคยจ่ายมาก่อนหน้านี้


แล้วเราจะรับมืออย่างไรกับเรื่องนี้ดี วันนี้ Fastcommerz Academy จะขอแนะนำ 4 แนวทางในการรับมือดังต่อไปนี้

1.ต้องขายสินค้าให้ได้มากขึ้น พร้อมกับคิตต้นทุนในทุกส่วนที่มี

พอกล่าวถึงแบบนี้แล้วหลายคนน่าจะเห็นด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอันดับต้นๆ ของเรื่องนี้เลย เพราะว่าการขายให้ได้มากขึ้นมันจะช่วยให้เราคุ้มค่ากับค่าโฆษณาให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของทางร้านค้าหรือธุรกิจแล้วว่าจะใช้กลยุทธ์ไหน เช่น การลดราคาสินค้าชิ้นที่ 3 ในราคาที่ถูกลง หรือ อาจจะต้องใช้วิธีการ Up-Sell เสนอขายสินค้าเพิ่มเติม ให้กับลูกค้าที่ทักแชทมา หรือซื้อสินค้าบนเซลเพจ เป็นต้น 

2.บริหารลูกค้าเก่าๆ ที่สะสมไว้

ทั้งลูกค้าที่อยู่ในแชทที่เคยทักมาในเพจ อาจเป็นการส่งโปรโมขั่นต่างๆ ไป Retargeting ลูกค้าที่เคยซื้อของและใช้บริการของเรา หรือลูกค้าที่อยู่ในไลน์ ที่ทางเราเคยแนะนำลูกค้า Fastcommerz ไปประจำก่อนหน้านี้ คือการพยายามให้ลูกค้าแอดไลน์ไว้ เป็นการรักษาลูกค้าให้อยู่กับเราได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเราสามารถทำได้ไม่ว่า จะเป็นการ บอร์ดแคส สินค้าใหม่หรือโปรโมชั่นต่างๆ ได้ แม้กระทั้งเริ่มเก็บ VAT แล้วหัวข้อนี้จะช่วยคุณได้มากเลยทีเดียว

3.กระจายความเสี่ยง 

ด้วยการกระจายงบประมาณไปหาลูกค้าในแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น ตอนนี้ขายในเพจเฟสบุ๊กเป็นหลักแล้วยิงโฆษณา เราควรจะเเบ่งงบประมาณไปยิงหาลูกค้าที่ชมคอนเทนต์บน Tiktok หรือ Google Ads เป็นต้น

4.SEO ทางที่ยากยิงแอดแต่เป็นทางที่ใช่แล้วยั่งยืน และทางรอด

เพราะว่าการ SEO บน Google นั้นจะเป็นการที่ลูกค้าเป็นคนเข้ามาหาเรา และใช้ต้นทุนต่ำ หากใครศึกษาแล้วลงมือทำเองได้ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินซักบาทเลยด้วยซ้ำ แต่ต้องแลกมาด้วยเรื่องของเวลาซึ่งจะมาพร้อมกับสิ่งที่คุณจะปราบปลื้มให้กับตัวคุณ ไม่เพียงเท่านั้น หาติดอันดับแล้วเรายังทำต่อเนื่อง ยังไงเราก็จะอยู่หน้าแรกของ Google ต่อไป พร้อมกับความน่าเชื่อถึอในภาพลักษณ์ของเว็บไซต์และแบรนด์เพิ่มมากขึ้นด้วย


 ยังไงก็ตามโลกมันหมุนไปเราต้องปรับตัวกันต่อไป ทั้งสถานการณ์โรคระบาดและสภาพเศรษฐกิจทุกคน ทุกธุรกิจ ต่างได้รับผลกระทบในทุกๆ ด้าน Fastcommerz Academy ขอเป็นกำลังใจและยืนเคียงข้างพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต่อไป เราจะพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์


ที่มาของข่าว : https://www.facebook.com/business/help/562800201396939

แชร์ :

บทความที่เกี่ยวข้อง